chanpixchanpix
  • 23-07-2014 / 04:18:29
  • ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
Please login or register.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ผู้เขียน หัวข้อ: การเป็นหนึ่งเดียว สำหรับช่างภาพสารคดี / ยุทธนา อัจฉริยวิญญู  (อ่าน 1399 ครั้ง)            

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
 
ocelot
  • บางทีคนเราเหมือนจะลืมมันไป ว่าอะไรที่มีความหมายและสำคัญ
  • Awards: Champ of the week # 7

  • ตอบตอบ

  • นำลายมือพี่โจ้ ยุทธนา ตากล้องสารคดีชั้นแนวหน้าของเมืองไทย มาฝากกันนะครับ ;D ;D

    www.shutter-j.com





    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2009 / 09:29:46 โดย ocelot »
    เข้าสู่ระบบ
    เราเป็นพยานกับเหตุการณ์ที่จะไม่มีทางเกิดขึ้นซำ้อีก
     
    ocelot
    • บางทีคนเราเหมือนจะลืมมันไป ว่าอะไรที่มีความหมายและสำคัญ
    • Awards: Champ of the week # 7

  • ตอบตอบ

  • หน้า 2





    เข้าสู่ระบบ
    เราเป็นพยานกับเหตุการณ์ที่จะไม่มีทางเกิดขึ้นซำ้อีก
     
    ocelot
    • บางทีคนเราเหมือนจะลืมมันไป ว่าอะไรที่มีความหมายและสำคัญ
    • Awards: Champ of the week # 7

  • ตอบตอบ

  • ยุทธนา อัจฉริยวิญญู ช่างภาพไทยในสนาม National Geographic
    - เรื่องและภาพ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ -

    เขาใหญ่, ปลายฤดูฝน 2548

    สอง ข้างทางขึ้นเขาเขียวเย็นตา?เย็นสมกับเป็นเวลาเย็น อากาศชื้นนิดๆ สองสามวันมานี้ฝนคงเทลงไม่เบา ถนนคดโค้งโล่งว่าง นานๆครั้งจึงจะมีรถสวนมาสักครั้ง

    ?ปิดแอร์ดีกว่านะ? ชายหนุ่มพูดพลาง เอื้อมมือกดปุ่มปิดสวิทช์และเปิดกระจกข้าง เขายื่นมือออกไปแตะอากาศข้างนอก สูดหายใจยาวๆ สะบัดศีรษะ ยืดหลังไหล่

    ?ความ สุขที่สุดแล้ว? หน้าตาของเขาแสดงอารมณ์มากกว่านั้น ยิ่งตอนที่เปิดซันรูฟ เพดานรถหมองๆ พลันเปลี่ยนเป็นสีของฟ้า ผมนึกถึงคำของ รปภ. ค่ายอมรินทร์ฯแล้วอดขำไม่ได้กับความช่างสังเกต

    ?คุณโจ้นี่ลำบากกว่าใครจริงๆ นะครับ?

    ลำบาก ที่เขาหมายถึงคือเดี๋ยวขึ้นเหนือ ล่องใต้ เดี๋ยวมีเรื่องต้องเข้าป่าเข้าไร่อยู่เรื่อย ไม่ค่อยได้นั่งทอดหุ่ยอยู่ในห้องแอร์ ดื่มกาแฟ และออกงานราตรีสโมสรเก๋ๆ เหมือนชาวบ้าน

    ถ้าความสบายในทรรศนะของใครคนอื่นเป็นเช่นนั้น ก็คงจริง, ยิ่งนานวัน โจ้?ยุทธนา อัจฉริยวิญญู ดูคล้ายยิ่งเสพติดความลำบาก มันเป็นเส้นทางที่เลือกแล้ว หลังจากจับกล้อง ใช้มุมมองเรื่องภาพเลี้ยงชีพมานาน 15 ปี

    จาก GM มาเป็นตากล้องประจำเพียงหนึ่งเดียวใน National Geographic ภาคภาษาไทย มีงานตีพิมพ์ต่อเนื่องตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา

    เย็น นี้ เขาตั้งใจขึ้นมาบันทึกเรื่องราวบนเขาใหญ่ ในฐานะมรดกโลกแห่งใหม่?ใหม่ในความหมายนี้เท่านั้น แท้จริง มันเป็นพิกัดอันคุ้นเคยจนแทบจะเป็นบ้านที่สองของเขา

    ไลฟ์สไตล์ช่าง ภาพหนุ่มคือชีวิตกลางแจ้ง เขาเดินทางเป็นปกติ หลงรักและรู้จักพฤกษ์ไพรมากกว่าสยามสแควร์ ระหว่างรีสอร์ตหรูหรากับเต็นท์กระโจม เขาหายใจและเป็นอันหนึ่งอันเดียวอยู่กับอย่างหลัง เมื่อมีโอกาส แม้ว่าไม่มีใคร เขาควบโฟร์วีลส์คู่ใจไปเพียงลำพัง

    ไม่ใช่สิ, เขามีกล้องเป็นเพื่อนคู่กายเฉกเช่นซามูไรมีดาบ

    ?ผม ชอบแดด ชอบออกไปข้างนอกมากกว่า ที่ผ่านมาก็เคยทำงานในสตูดิโอ ถ่ายเสื้อผ้า ถ่ายนาฬิกา มันเป็นหน้าที่ เราก็ใช้ความเป็นมืออาชีพจัดการ แต่ถามว่ามันใช่พื้นที่ของเราไหม ก็คงไม่ ผมชอบถ่ายคน สนใจชีวิตและธรรมชาติที่มีมิติมากกว่าแฟชั่น มันเป็นความจริงที่กว้างและลึกซึ้งกว่า?

    บางช็อต, กับเวทีนี้ เขาเคยอยากลองทำงานในสตูดิโอบ้างเหมือนกัน เช่น เซ็ตไฟถ่ายแมลงเต่าทอง เพื่อขับเน้นความหวือหวา แต่สุดท้ายก็ยกเลิกความคิดนั้น มันไม่จำเป็น เขาเชื่อว่าเล่นกับแสงธรรมชาติดีกว่า แสงแดดมีความพิเศษและรอคอยให้เสพสัมผัสทุกเมื่อเชื่อวัน

    ของดีมีอยู่ ทำไมไม่รู้จักใช้...


    เวลางานของยุทธนาคือเวลามีงาน ใช่, มันไม่เกี่ยวกับเสาร์-อาทิตย์ หรือ office hour

    ?อาทิตย์ ที่แล้วเลิกเกือบเที่ยงคืนทุกวัน เพราะต้องขับรถถ่ายสัตว์ป่า มาเขาใหญ่หลายรอบแล้ว ยังไม่ได้รูปที่ชอบๆเลย งานตอนนี้มันไม่มีใครหยิบลูกบอลมาตั้งหน้าโกล์แล้วให้เรายิงลูกโทษ ต้องวิ่งไล่หาลูกบอลเอง สนามกว้างใหญ่ บอลอยู่ที่ไหนไม่รู้ ไม่มีคนช่วย ไม่มีการเซ็ต ถ้าอยู่เฉยๆ หมดสิทธิ์?

    ยุทธนาบอกว่าอุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนเมืองไทยมีเงินน้อยกว่าฝรั่ง ฉะนั้น ใช้คนมากไม่ได้ ใช้เวลามากก็ไม่ได้

    เขา เคยฟังมาว่ากว่าจะถ่ายนกเงือกสักช็อต ช่างภาพฝรั่งจ้างคนมาเฝ้าดูนกอยู่หลายเดือน จดสถิติการบินเข้าบินออกจากรัง ศึกษาเรื่องมุมและวิถีการบิน เส้นทางหาอยู่หากิน มันเป็นวิธีการที่ดีและมีโอกาสจะได้ภาพที่มหัศจรรย์ แต่ของไทยต้องซัดกันเดือนชนเดือน เหนืออื่นใดคือบินเดี่ยว ใช้หัวใจและความขยันสู้

    ?เรายังเป็นหมาล่าเนื้ออยู่ ทำงานคนเดียวเป็นหลัก ยกเว้นงานที่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะๆ ถึงจะจ้างผู้ช่วยมาแบกขาตั้งกล้องและกระเป๋าเลนส์ แง่หนึ่งต้องยอมรับว่าผมผ่านการฝึกหนักจากสนาม GM มาแล้ว มีความรักในอาชีพอยู่แล้ว ส่วนที่หายไปคือเพื่อนนักเขียน เมื่อก่อนนักเขียนถามให้ คราวนี้ต้องถามเอง หาเอง ดูแลเอง มองแง่ดีมันก็มีอิสระทางความคิดสูง แง่เสียคือหมดแรงไม่ได้ หมดแรงเสร็จเลย ร่างกายต้องสดตลอด ห้ามป่วย มีเวลา 10 นาทีในสถานการณ์หนึ่ง ต้องเอารูปมาให้ได้ ซึ่งแต่ละโจทย์ยากๆ ทั้งนั้น ถ้าเกี่ยวกับชีวิตคนพอมีโอกาส พลาดยังนัดใหม่ได้ แต่ถ่ายสารคดีสัตว์ป่า มันแค่วินาทีเดียวในชีวิต เจอแวบเดียวหนีเลย ช้าไม่ได้?

    อาศัยว่า เป็นคนกินดี สุขภาพดี เข้าป่าบ่อย ได้อยู่ในธรรมชาติที่สดสะอาด เลยแข็งแรง ยังไม่นับว่าเคยผ่านการทำงานหนักมาพักใหญ่ๆ แล้วด้วย

    ยุทธนาย้ำว่าประสบการณ์ที่เข้มข้นในสนาม GM คือพื้นฐานสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าไม่มีวัคซีนชั้นดีในวันนั้น ป่านนี้เขาคงโบกมือลาไปนานแล้ว

    ?งาน ที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้เป็นงานที่เขาไม่เล่นกัน เวทีมีน้อย ความสนใจในภาพถ่ายแนวนี้ก็น้อย จุดประสบความสำเร็จยังไม่เป็นที่ยอมรับมากมาย แต่โดยเนื้องานมันเป็นสากล ฉะนั้น มันมีความแข็งแรงในตัวเองอยู่พอสมควร ซึ่งเราก็ต้องแข็งแรง ถ้าไม่แข็ง ถ่ายอะไรมาไม่รู้ เอารูปมาวางแล้วเห็นชัดมาก รูปไหนอ่อนหรือเล่าเรื่องซ้ำกระเด็นทันที ถูกคัดออกไปโดยอัตโนมัติ?

    ขนบ ปฏิบัติข้อหนึ่งของสถาบัน National Geographic แห่งนี้คือทุกภาพต้องผ่านการคัดสรรและยอมรับจากศูนย์กลางที่วอชิงตัน ดี.ซี. ก่อน กระทั่งรูปไหนควรจะใหญ่หรือเล็ก ทางสำนักงานใหญ่เป็นคนตัดสินใจร้อยเปอร์เซ็นต์

    คนทำงานว่าดีแล้ว เต็มที่แล้ว ถ้าคนชี้ขาดพิพากษาว่าไม่ดี ก็ต้องไปทำใหม่

    ?ช่าง ภาพ NG ทุกคนต้องมุ่งมั่น อดทน ทำให้ดีที่สุด ไม่ดีที่สุด คุณหมดสิทธิ์ เพราะเขาเน้นทุกเฟรม แมกกาซีนไทยส่วนใหญ่ใส่ใจแค่ภาพเปิด แต่ที่นี่ทุกรูป และไม่ใช่แค่เรื่องรูป อย่างมาทำงานที่เขาใหญ่วันนี้ พวกแผนที่ กราฟ สถิติต่างๆ หาอะไรได้ ต้องทำ เพื่อให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์ที่สุด ถามว่าใช่หน้าที่ช่างภาพไหม ไม่เกี่ยวเลย แต่ต้องทำ สนามนี้เล่นกันแบบนี้ มันสอนให้ผมคิดมากขึ้นในการถ่ายรูป คิดก่อนถ่ายทุกช็อต ช็อตที่หนึ่งได้แล้ว สอง สาม สี่... ได้ครบสิบ จบแล้วกลับมาดูช็อตที่หนึ่งใหม่ พยายามทำลายมันลงให้ได้ ถ้ามีเวลาเหลือก็ทำลายช็อตที่สอง สาม สี่อีก เรื่องเขาใหญ่ จริงๆ ถึงวันต้องปิดต้นฉบับแล้ว แต่เผื่อได้งานที่ดีกว่า มาได้ ผมก็อยากมาหาอะไรเพิ่ม?


    ภาพที่เหนือความคาดหมาย?ยุทธนาใช้คำนี้อธิบายเป้าหมายการทำงาน

    ?คิด ก่อน แล้วออกไปไล่ล่าความคิด เพราะงานนี้ไม่มีคำว่าฟลุก สมมุติขับรถไปแบบนี้ มองเห็นเก้งข้างทางอยู่ในที่สวยๆ ผมลงไปถ่ายทันที แต่ถ้าเอาเฟรมเข้าไปครอบแล้วไม่พอ ไม่ต้องยุ่งกับมันเลย ไม่ต้องลงไปถ่ายให้เปลืองฟิล์ม เมื่อก่อนถ่ายมั่ว เอาเยอะเข้าว่า ตอนนี้เน้นทุกช็อต?

    ภาพที่ยังอยู่ในใจใครหลายคนคือโศกนาฏกรรมสึนามิ ในฐานะสื่อ ยุทธนาลงไปบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ด้วย และภาพของเขาถูกคัดเลือกให้เป็นปก National Geographic

    ถึงจะพิมพ์ใน ไทย ขายคนไทย ปกตินิตยสารฉบับนี้ชูเรื่องและภาพจากมืออาชีพระดับอินเตอร์ฯล้วนๆ ไม่เคยมีงานจากกองบรรณาธิการในประเทศขึ้นปก นี่เป็นครั้งแรกที่เป็นผลงานของช่างภาพไทย ครั้งแรกและยังเป็นครั้งเดียว ตั้งแต่อมรินทร์ฯนำเข้ามาเปิดตลาด

    เบื้องหลังภาพแห่งปี วันแห่งปีของยุทธนามีเรื่องราวน่าสนใจไม่น้อย

    ?เหตุการณ์ เกิดวันที่ 26 ธันวาคม 2547 พอรุ่งขึ้นอีกวันมีข่าวว่าคนตายเพียบเลย จากร้อย สองร้อย สามร้อย.. ผมคิดอยู่ลึกๆ ว่าควรจะไปถ่ายรูป พอวันที่ 28 ศพเพิ่มขึ้นเป็นพันๆ งานนี้ไม่ธรรมดา ตามกำหนด วันที่ 30 ธันวาฯ ผมนัดกับเพื่อน เตรียมการทุกอย่างพร้อมหมดแล้วว่าจะไปเที่ยวป่าห้วยขาแข้ง เป็นความสุขที่สุด 5-6 วันในรอบปี แต่เห็นข่าวแล้วรู้สึกว่ารุนแรงเหลือเกิน เช้าวันที่ 29 วันสุดท้ายของการทำงาน ผู้บริหารเรียกไปถามว่ามีใครไปทำข่าวเหตุการณ์ครั้งนี้ไหม คำตอบที่ได้คือทั้งเครืออมรินทร์ฯ ไม่มีใครไปเลยแม้แต่คนเดียว เช็คไปเช็คมา จิ้มหัวหนังสือปับๆ ตูม สรุปว่ามาลงที่ NG ผมนึกในใจว่า?เอาแล้ว ทีแรกเขาจะให้นั่งรถตู้ออฟฟิศไป นึกดูแล้วกัน กรุงเทพฯ?ภูเก็ต 13 ชม. พวกคนขับก็ไม่มีใครอยากไป ปีใหม่ทั้งทีทุกคนจะกลับบ้านต่างจังหวัด ผมบอกว่าขับรถไปหมดสิทธิ์แน่นอน ถ้าจะทำ ต้องบินไปเดี๋ยวนี้เลย หาไฟล์ทด่วน แต่บ่ายโมง บ่ายสองโมง ไฟล์ทเต็มหมด ญาติโยมกลับบ้าน โกลาหล ได้เที่ยวบินตอนสองทุ่ม เขาบอกว่าแล้วจะส่งช่างภาพไปอีก 2 คน นั่งรถตู้ตามไป ผมบอกไม่ต้องหรอก เอาเงินค่าน้ำมันมาจ้างผู้ช่วยให้ผมดีกว่า เดี๋ยวผมถ่ายให้ ขออย่างเดียวคือบินไป บินกลับด้วยนะพี่ สุดท้ายเขาบอก?โอเคโจ้ ...ทำไมมาลงที่กูคนเดียววะเนี่ย ผมงง แล้วกูไปเสนอเขาได้ยังไงวะ (หัวเราะ)

    ?โทร.หา เพื่อน บอกว่าให้เก็บของด่วน ต้องไปถ่ายสึนามิตอนนี้ ออกจากออฟฟิศแถวตลิ่งชันตอนเย็นๆ ผมขับรถกลับบ้านแล้วนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปสนามบิน กว่าจะดีเลย์ กว่าจะอะไรต่อมิอะไร สรุปว่าถึงภูเก็ตห้าทุ่ม คนขวักไขว่แน่นไปหมด ทั้งคนเจ็บและพวกญาติพี่น้อง เห็นแล้วผมนึกในใจว่าโดนภารกิจหนักแล้ว คิดงาน สเก็ตช์ภาพ เปิดหนังสือพิมพ์ ประสานงานกับศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย หารถไปป่าตอง แต่ไม่มี ผมบอกว่ามาทำข่าว ในที่สุดได้นั่งรถมูลนิธิอะไรสักอย่าง นั่งไปท่ามกลางน้ำแฉะๆและกลิ่นศพ ไปถึงใกล้ๆ ตีหนึ่ง ปรากฏว่าเข้าป่าตองไม่ได้ เขากันไว้ 20 กิโลฯ ที่ศูนย์ช่วยเหลือฯมีคนนอนเต็มเต็นท์ บนกำแพงยาวเหยียดมีรูปและเบอร์โทร.คนหาย ผสมด้วยภาพศพที่เจอแล้ว เริ่มมีข่าวเรื่องของหาย ขโมยอาละวาด เจอทหารที่มากับเฮลิคอปเตอร์ ผมเข้าไปปรึกษาว่า พี่ พรุ่งนี้ขอบินด้วยได้ไหม อยากถ่ายบนฟ้าสักช็อต ทหารบอกไม่ได้ ไม่มีที่ว่าง เพราะต้องใช้ลำเลียงคนเจ็บกับศพ

    ?ตีสอง กว่าแล้วเอาไงดี ผมคิด เอาแรงไว้ก่อนดีกว่าโว้ยนาทีนี้ ผมชวนเพื่อนไปหาข้าวกิน ซัดเต็มที่ อิ่มแล้วหาโรงแรมนอน งานนี้ต้องฟิต ไม่นานก็จะเช้าแล้ว เวลาเหลือน้อย ต้องนอนให้เต็มตา ตื่นเช้ามาผมไปหาศูนย์ประสานงานเฮลิคอปเตอร์อีกรอบ ไม่ได้เหมือนเดิม คิดต่อ เอาไงดีวะ แปดโมง นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปป่าตอง คราวนี้เข้าได้ ผมไปเดินถ่ายรูปซากปรักหักพัง แต่ไม่ใช่สภาพที่ถูกน้ำซัด เพราะเขาเอารถแบคโฮมาเคลียร์แล้ว กูมาช้าแล้วนี่หว่า เก้าโมงกว่า เดินไปหน้าห้างใต้ดินที่ถูกน้ำท่วมลงไป เขาบอกว่ามีศพติดอยู่ในนั้นหลายสิบ ผู้บริหารยืนปรึกษากันหน้าเครียด ผมพยายามคิดงานของตัวเอง ถ่ายอะไรบ้างวะเนี่ย หามุม สิบโมงครึ่งโทร.หา บ.ก. บอกว่าพื้นที่ไม่สด เพราะรถเคลียร์ไปเยอะแล้ว เขาบอกว่าที่เขาหลักคนตายเยอะสุด โอเค ผมไปเขาหลัก จากป่าตองไปประมาณ 100 กิโลฯ แท็กซี่จะเอา 3,000 บาท พี่คนหนึ่งบอก เฮ้ย ช่วยน้องหน่อย มันมาทำข่าว คิดถูกๆ หน่อย ไม่มีผล ทุกคนบอกต้องราคานี้ คือในวิกฤต ทุกอย่างก็ผิดปกติไปหมด

    ?สุดท้ายเจอ พี่แท็กซี่คนหนึ่งคิด 2,000 บาท ซิ่งแหลก ฝีมือดีด้วย ไปถึงผมช็อกซิเนม่าเลย ทุก 5 เมตร เจอศพ บนชายหาด มีศพถูกห่อผ้าไว้เต็มไปหมด ยังไม่ได้ห่อก็อีกเยอะ เพราะเก็บศพไม่ได้ โดนเสาทับ มองไปเหมือนเมืองร้าง ไปยืนหน้าร้านเสื้อผ้า เจอหุ่น นี่หุ่น เดินไปอีก อ้าว นี่ไม่ใช่หุ่นนี่ ดูไป เริ่มจับประเด็น หามุมถ่ายรูป ถ่ายไปก็บอกเขาไปในใจตลอดว่า พี่ ผมมาทำงานนะครับๆๆ

    ?ภาพศพ ผมขอภาพเดียว เอาให้อยู่ พยายามหา ผมชอบช็อตหนึ่ง เป็นภาพมือยกขึ้น มีแสงทอดมาเป็นเงา คล้ายขอความช่วยเหลือ มีไม้หน้าสามเหมือนเป็นไม้กางเขน แต่รูปนั้นไม่ได้ลงหนังสือ ...ทำงานอยู่จนเย็น ไม่ได้กินข้าวเลย มื้อสุดท้ายคือเมื่อคืนตอนตีสอง เพื่อนที่มาเป็นผู้ช่วยบอกว่าหิว ผมบอกอีกแป๊บนึงๆๆ ยังกินไม่ได้ เพราะไม่มีร้านรวงอะไรเลย มีอยู่ทีหนึ่ง ผมยืนอยู่บนศพยังไม่รู้ตัวเลย เพราะศพอยู่ใต้พื้นทราย มีคนบอก พี่ๆ พี่อยู่บนตัวเขาครับ อ้าว ใช่จริงๆ ...เห็นญาติถือรูปมาหาคนหาย ผมเดินตาม อ้อมซ้าย อ้อมขวา ดูจังหวะ ดูสีเสื้อของเขาว่าได้ไหมวะ ยังไม่ได้ คิดหาทางอื่น เจอคนหมดหวัง ผมมองหาภาพผู้คนสิ้นหวัง คือมันมีโจทย์ให้คิดตามเยอะ

    ?ผมกลับมากรุงเทพฯเที่ยวหนึ่ง ล้างฟิล์มดูว่าได้อะไรแล้วลงไปใหม่ ผ่านไปเป็นอาทิตย์ ข่าวนี้ยังไม่คลายความฮ็อต คราวนี้เจอสภาพศพนอนเกลื่อนกลางวัดเป็นพันๆ เสียดายภาพที่เขาใช้น้ำแข็งวางบนศพ ผมไปถ่ายไม่ทัน แต่รู้ว่าต้องถ่ายภาพคนที่ใส่ชุดคลุมทั้งตัว เกิดวิกฤติแบบนี้ต้องใส่ชุดนี้เท่านั้น ไม่ว่าประเทศไหนก็ตาม แสดงถึงความวิกฤติอย่างหนัก ป้องกันเชื้อโรค อาสาสมัครทุกคนใส่ชุดนี้หมด ยกเว้นหมอพรทิพย์ (พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์) เดินเฉยเลย ผมไม่หลงประเด็นไปถ่ายแก เพราะไม่ใช่ประเด็น คนละเรื่อง ผมพยายามถ่ายศพ หามุมชาร์จเข้าไป แต่มากเกินไปก็ไม่ได้ สัญชาตญาณจะบอกเองว่าสยดสยองเกินไปแล้ว?

    ภาพปกในความทรงจำ ยุทธนาถ่ายที่วัดย่านยาว เวลาประมาณห้าโมงเย็น ถือว่าเป็นไปตามสูตร เพราะเป็นที่รู้กันในหมู่ช่างภาพว่าช่วงหกโมงเศษๆ ทั้งเช้าและเย็น นั่นคือช่วงที่แสงดีที่สุด

    ?พระอาทิตย์จะทำมุมกับโลกพอดี เปิดทุกอย่างที่เรามองไม่เห็น?

    นาทีที่ลั่นชัตเตอร์ เขาบอกกับตัวเองว่าช็อตนี้ผ่าน

    ?มี รูปอีกเยอะมากที่ไม่ได้ลง หลายอย่างเป็นเงื่อนไขและสไตล์ NG อะไรใกล้เคียงกัน เขาเลือกที่ดีที่สุดเพียงภาพเดียว บางทีเราทำงานตรงนั้น 3 ชม. แต่โดนรูปที่ทำงานแค่วินาทีเดียวเขี่ยออกมา ...ลงไปเขาหลักครั้งที่สอง คิดว่าจะทำงานง่ายขึ้น ไม่จริงเลย ในสถานการณ์รุนแรงแบบนี้ไม่เคยมีอะไรง่าย ผมไปดูซากรีสอร์ทแห่งหนึ่ง สุดยอดมาก มีอ่างแก้ว เป็นสปาอย่างดี มองเห็นอันดามันกว้างไกล ผมยืนอยู่ตรงนั้นและคิดภาพตามจินตนาการเจ้าของหรือคนออกแบบได้หมด แต่พอเจอสึนามิ ทุกอย่างจบทันที ที่ที่ผมยืนอยู่ มันไม่รู้สวรรค์หรือนรกกันแน่ รีสอร์ทเพิ่งสร้างใหม่ๆ ยังไม่เปิดบริการ แต่โชคร้ายมาโดนซะก่อน?

    ลงมาครั้งนี้ ยุทธนาเดินตามหาดทรายถ่ายภาพจนลืมเวลา

    น้ำทะเลหนุนขึ้น กลับทางเก่าไม่ได้ เขาต้องเดินอ้อมไปไกล ในที่สุดก็ต้องยอมลุยน้ำแค่เอว ชูกล้องขึ้นเหนือหัวกระเซอะกระเซิง

    ?ทำไม ต้องทำขนาดนั้น ทำไมต้องกระหืดกระหอบอดข้าวอดน้ำตามถ่ายรูป บางทีผมถามตัวเองเหมือนกัน แต่ก็รู้ว่าถ้าไม่ทำแบบนั้นก็ไม่ได้อะไร เหนื่อย แต่ต้องอดทน?


    ต้องอดทน?เขาใช้คำนี้บ่อย มันเป็นคล้ายคาถาส่วนตัวของเขา และยังใช้ได้ดีเสมอกับทุกสถานการณ์

    ไม่ใช่แค่ยุงกัดก็กลับบ้าน หัวใจใครเปราะบางแบบนั้นคงไม่เหมาะกับงานสารคดี

    สอง ปีที่ทำงานให้ National Geographic ยุทธนาติดตามถ่ายทำมาแล้วกว่าสิบเรื่อง เคยบันทึกชีวิตนักมวยเด็ก ควาย จระเข้ ไก่ชน โศกนาฏกรรมสึนามิ ชุมชนแดนกระทิง การเดินทางของขยะ ตึกสูง เส้นทางขาเทียม ภาพยนตร์ไทย และเขาใหญ่?มรดกโลกแห่งใหม่ เขาบอกว่าเพิ่งมีเดือนสองเดือนนี้เท่านั้นที่มีช่องว่างให้พักหายใจบ้าง ก่อนหน้านั้นเล่นกันแบบรายเดือน ทุกเดือน พูดง่ายๆ ว่า ?บักโกรก?

    ?เวลา มีแค่นี้ ถ้าเป็นเรื่องขยะ ผมว่าได้เสีย เอาอยู่ เรื่องชีวิตคน พอไหว แต่ถ้าเป็นเรื่องสัตว์ป่า จบเห่ ตอนที่ทำชุมชนแดนกระทิง ก็มาตายที่กระทิง เรื่องเขาใหญ่ที่ทำอยู่นี้ แค่เอาตัวให้รอดได้ก็ถือว่าโอเค ...ตั้งใจมาถ่ายชะนี แต่ถ้าไม่เจอ คุณต้องยอมรับ เพราะหลายอย่างในโลกถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้?

    ?ทำงานสนุกไหม? ผมชวนเขาคุยต่อ

    ?สนุก แต่จะหวังรวยคงไม่ได้ เป็นงานที่สนุกนะ แต่เหนื่อย ต้องวิ่งตลอด วิ่งในลู่ที่มีเส้นตายบังคับเดือนต่อเดือน มันยากไงกับเนื้องานที่คาดหวังสูง ลองให้เวลาผมสัก 4 เดือนบ้างสิ ไม่เคยกลัวเลย ตอนนี้มันตึงไปหน่อย เพราะผมไม่ได้ถ่ายรูปอย่างเดียว ต้องคิด ติดต่อ ยืนหนังสือประสานงาน ไหนจะต้องเดินทาง...?

    ?เหนื่อย เงินน้อย แล้วทำไมยังทำ? ผมถามเขาตรงๆ

    ?ในสายงานแบบนี้ ผมว่าที่นี่ก็ดีที่สุดสำหรับเราเหมือนกัน? เขาตบเกียร์ต่ำ ช่วงขึ้นเนินสูงชัน

    ?เชื่อว่ามาถูกทาง?

    ?น่า จะถูก อย่างน้อยงานนี้ก็ทำให้เราเข้าใจความเป็นช่างภาพมากขึ้น อยู่ที่นี่ ผมเองพยายามผลักดันให้เพื่อนร่วมอาชีพได้ค่าตอบแทนคุ้มเหนื่อย โดยเฉพาะพวกฟรีแลนซ์ กำลังสร้างระบบใหม่ แต่งานต้องผ่านมาตรฐานนะ คุณต้องผ่านด้วยระบบนี้ ถ้ายอมรับระบบนี้ได้ ค่าตัวเหมาะสมพอสมควร ผมรู้ว่ามันยากที่จะผ่าน ทุกงานยากทั้งนั้น การเอาจริงไม่เคยง่าย?

    ผมถามเขาอีกว่าโดยส่วนตัว มีวิธีทำงานอย่างไร ?

    ?ระเบียบ วินัยสำคัญมาก กินได้ ดื่มได้ แต่ต้องรู้ว่าพรุ่งนี้ทำอะไร ต้องฟิตน่ะ แฮงก์นิดเดียวก็ไม่ได้ ลองนึกภาพนักมวยที่ไม่สมบูรณ์แล้วขึ้นชกดูแล้วกัน งานหินขนาดนี้ ฟิตมาสมบูรณ์เต็มร้อยยังลำบากเลย เสือกแฮงก์อีก ยิ่งยากไปใหญ่?
    ?ได้เรียนรู้อะไรจากวิธีการทำงานฝรั่งบ้างไหม?

    ?ความ จริงจัง ..เรื่องอื่นเราไม่เปรียบเทียบ คิดมากไม่ได้ คิดแล้วท้อ เพราะเขาพร้อมทุกด้านจริงๆ ครบเครื่อง บางทีเขายอมลงทุนกับภาพใบเดียวด้วยเงินแสน มองแล้วน้อยเนื้อต่ำใจทันที ห้ามมอง ต้องใช้เงื่อนไขข้อได้เปรียบอย่างอื่นของเราสู้ ใช้แรง ขยัน บี้ ขยี้ สู้ด้วยใจ ใช้ความเป็นเจ้าถิ่นทำงาน คิดให้มาก ทำการบ้านมากขึ้น ศึกษาอุปกรณ์ในภาคสนามว่าอะไร ใช้ยังไง?

    มาเที่ยวนี้ ยุทธนาบอกว่าต้องปีนต้นไม้สูงใหญ่ไปดักถ่ายชะนี ช็อตลักษณะนี้เรียกร้องความเข้มแข็งของร่างกายและจิตใจสูง ไหนจะต้องเดินป่าดิบชื้นผจญยุง ทาก...

    ?ทากเหรอ มาสิ เดี๋ยวจับกินเลย? เขาหัวเราะสนุก ?ป่าคือบ้านเรา ไม่มีอะไรน่ากลัว ผมไม่กลัวความสูง มีอะไรต้องเสี่ยง เสี่ยงได้ ฮอร์โมนมันสั่งเองว่ามึงต้องเอาตัวเข้าไปลุย สู้ทุกอย่าง สู้ด้วยความรู้ด้วยว่าปีนต้นไม้สูงๆ แล้วเจออะไร ต่อ แตน หรือต้องเหนื่อยต้องเมื่อยแค่ไหน คนเรานั่งบนเก้าอี้สบายๆ แค่สิบนาทียังเมื่อย ต้องเปลี่ยนท่า เสือกปีนไปนั่งเงียบๆ บนต้นไม้ เมื่อยก็เมื่อย ไอก็ไม่ได้ จะไอต้องฝึกกลืนน้ำลาย อ้าว บ้าหรือเปล่า (หัวเราะ) อยากรู้ก็ลองดูสิ ถ้าจะไอแล้วห้ามร่างกายไม่ให้ไอ ทำยังไง มันยาก กลืนน้ำลายๆๆ แต่ข้างในบอก?กูจะไอ ร่างกายกับจิตใจต่อสู้กัน ไอไม่ได้ เพราะหมีออกมาแล้ว อยากได้รูปก็ต้องสู้ สู้กับตัวเองไม่พอ ต้องสู้ให้ได้รูปที่ดีอีก?

    ?ชอบการเดินทางไหม นาทีที่เก็บของเตรียมจะออกจากบ้านแต่ละครั้งรู้สึกยังไง?

    ?ชอบ แต่ตอนนี้เหนื่อย งานไหนทำได้ผ่าน โอเค สบายใจ งานไหนไม่ได้มาตรฐาน จะรู้สึกแย่ ถ่ายรูปมา 15 ปี ไม่เคยรู้สึกว่าง่ายขึ้นเลย งานที่ดีที่สุด ที่ตั้งมาตรฐานสูง ไม่มีง่าย ถ้าตั้งต่ำเพื่อหลอกตัวเอง นั่นอีกเรื่อง? เขาควักกระเป๋าสตางค์ออกมาให้ดูตัวหนังสือบนกระดาษโน้ต

    ?โพยเต็มเลย เห็นไหม กลับไปต้องทำอะไรสารพัด นอกจากเรื่องถ่ายรูป เราต้องยอมรับด้วยไงว่าชีวิตมันมีเรื่องอื่นอีก แล้วแต่ละอย่างไม่มีงานเบา ทุกช็อตเน้นๆ ยิ่งพักนาน อ้อยอิ่ง ขี้เกียจ ยิ่งมีเวลาทำงานเหลือน้อยลงไปอีก?

    ไม่ว่าจะอย่างไร ช่างภาพหนุ่มบอกว่านี่เป็นงานที่เขาจดจ่อรอคอย เดินทางมานานแสนนาน ไกลแสนไกล ก็เพื่อหวังและฝันในวันนี้

    ?สาม วันก่อนผมเดินอยู่น้ำตกเหวนรก จะตกน้ำตกตายอยู่แล้ว ไม่ได้รูปสักรูป น้ำเชี่ยวกราก คิด ถ่ายยังไง เดินเข้าไปมีแต่ละอองน้ำยังกับฝน กล้องจะอดทนได้ไหมวะ ถ่ายยังไงวะ ถ่ายยังไงให้ดี บางทียืนคุยกับกล้อง ..หินที่เหยียบยืนอยู่ลื่นมาก มีแต่ตะไคร่ พลาดนิดเดียวร่วงลงน้ำตกทันที ต้องระวังทุกฝีก้าว เข้าไปหามุม พยายามถ่าย แต่ล้างฟิล์มมาแล้วใช้ไม่ได้สกรูป เสื้อเปียก กล้องเปียก เปียกขนาดนั้น เสือกไม่พังอีก ห่า กูแทบจะเป็นไข้ สู้เต็มที่แล้ว แต่ไม่ได้อะไร แต่ยังสู้ น้ำตกมาเป็นห่าฝน ทนเดินเข้าไป กล้องเปียกร้อยเปอร์เซ็นต์ มันควรจะพัง ปรากฏว่ามึงไม่พัง กูพัง (หัวเราะ) เสื้อกันฝนซื้อมาอย่างดี ใช้งานไม่ได้ น้ำเข้ากล้อง ดึงฟิล์มออกมาใส่กลางน้ำตก ไม่รู้ทำไปได้ยังไง เป็นคนอื่นเขาต้องเก็บกล้องแล้ว แต่ผมไม่สน ลุยๆๆ ลองเสี่ยง ผลก็คือได้ทำ แต่ไม่ได้งานเลย?

    ยุทธนาบอกว่าผิดหวังบ้าง สมหวังบ้าง ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นวิถีหรือเส้นทางของวิชาชีพ

    ?พยายาม รักษาคุณภาพงานให้คงเส้นคงวา เอาให้ได้มาตรฐานตามที่ตั้งไว้ จะมีความสุข ถ้าทำเต็มที่แล้ว ถึงไม่ได้งานที่พอใจก็ไม่เป็นทุกข์ เพราะลงมือทำแล้ว แต่ถ้าไม่ได้ทำเต็มที่จะเป็นทุกข์ ฉะนั้น ทุกงานต้องเต็มที่ ไม่มียอมจำนน ระฆังยังไม่หมดยก สู้ตลอด อย่าคิดว่าจะยอมแพ้ง่ายๆ นักฆ่ายังไงก็คือนักฆ่า?

    ?ฝรั่งว่ายังไงบ้าง มีคอมเม้นต์ไหม?

    ?โลก นี้มันกว้างใหญ่นะ เขาไม่รู้จักเราหรอก ได้คุยกัน อย่างดีเขาก็บอก You work hard, thank you แค่นั้น เขาไม่มีเวลามาแกล้งเราหรอก ดูแป๊บเดียวเขารู้ว่าใครทำงานยังไง?

    ?สนใจไปถ่ายภาพเมืองนอกบ้างไหม?

    ?นั่นคือความใฝ่ฝันที่สุดยอด?

    ?เป็นไปได้ไหม?

    ?ยาก สนามนี้ไม่ต้องห่วง ช่างภาพเก่งๆเยอะ ทุกคนน่ากลัว ดุดัน เข้มข้น เราต้องยอมรับว่าเขาเป็นระดับอาจารย์ทั้งนั้น พวกนี้ไม่ธรรมดา?

    ?อะไรที่ทำให้งานของฝรั่งเจ๋ง?

    ?ทุก เรื่อง ว่ากันตั้งแต่พื้นฐาน การเงิน ความเข้มแข็ง หัวใจ ความมุ่งมั่น ปัญหาครอบครัวไม่มี เมียเลิกหมด (หัวเราะ) บางคนพาเมียไปด้วย บางคนต้องเลิก นี่เรื่องจริง เพราะต้องเสี่ยงตาย และส่วนใหญ่พวกนี้บ้างานมากเกินไป มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ ไม่มีผู้หญิงที่ไหนเข้าใจหรอก?

    เรื่องที่เต้นเร่าอยู่ในหัวใจ หรือความท้าทาย ณ วันนี้ของช่างภาพหนึ่งเดียวของ National Geographic ประเทศไทย คือการลงไปบันทึกภาพเหตุการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้ เขากำลังรอโอกาสนั้นอย่างใจจดใจจ่อ
    ถามว่ากลัวไหม ก็กลัว ใครบ้างจะไม่กลัว ทุกคนมีชีวิตจิตใจ มีคนรัก มีความผูกพัน แต่เขาคิดว่ามันจำเป็น ถ้ามีโอกาสก็ต้องทำ

    ?สัญชาตญาณ บอกเองว่าเป็นหน้าที่ของเรา ผมว่ามันน่าอายนะครับสำหรับคนที่พูดว่าตัวเองเป็นสื่อ หรือเป็นช่างภาพ แต่ไม่มีสัญชาตญาณ? เขาจอดรถให้ดูกวางข้างทาง

    ?ผมไม่ใช่ช่างภาพ สารคดี ไม่ใช่อะไรทั้งสิ้น ผมเป็นช่างภาพ ถ่ายดอกไม้ ถ่ายคน ถ่ายอะไรก็ได้ทั้งนั้น? ยุทธนา อัจฉริยวิญญู บอกผม ก่อนเปิดประตูรถเดินลงไปมองเทือกทิวเขา

    นับวันช่างภาพหนุ่มคงเดินออกจากห้องแอร์มากขึ้นอย่างที่ใครเขาว่าจริงๆ ยิ่งก้าว ก็ยิ่งไกล

    ไกลห้องแอร์ แต่ใกล้ความฝัน?ความฝันอันเกิดจากความสุขจากการทำงานหนัก

    ผม นึกถึงคำของเขาเรื่องทำงานคนเดียว ยิ่งสังคมมากเท่าไร โอกาสถ่ายภาพก็ยิ่งลดน้อยลง และนั่นคงไม่ต้องพูดถึงชิ้นงานที่สมบูรณ์ น่าพึงพอใจ

    อาจจะใช่, ความสำเร็จของการงานบางอย่างเรียกร้องความโดดเดี่ยว ถนนบางสายจำเป็นต้องเดินเพียงลำพัง คิดค้น ต่อสู้ ด้วยตัวคนเดียว

    คนเดียวที่ไม่ใช่ไม่มีใครอยากข้องเกี่ยว และยิ่งไม่ใช่ ?คนเดียว? ในความหมายที่ไม่มี ?คนรัก?







    ตีพิมพ์ครั้งแรก: นิตยสาร Image





    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-10-2009 / 13:22:47 โดย focus-32 »
    เข้าสู่ระบบ
    เราเป็นพยานกับเหตุการณ์ที่จะไม่มีทางเกิดขึ้นซำ้อีก
     
    focus-32
    • ถ่ายสวยบ้างไม่สวยบ้างช่างประไร..........
    • NIKON D90 จ้า

  • ตอบตอบ

  • เยี่ยมมากมายครับปูน.....สมองเปิดเลย...อยู่กะลามาซะนาน





    เข้าสู่ระบบ

    - :Dขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆนะครับ





    เข้าสู่ระบบ

    ยาวมากครับ อาจซะเหนื่อยเลย
    ขอบคุณคับ





    เข้าสู่ระบบ
    http://samran17.multiply.com/ สโลแกน อุปกรณ์ยังกับหงส์ แต่ถ่ายออกมายังกับเป็ด

    เยี่ยมเลย ทำให้รู้สึกเด็จเดี่ยวดีครับ มีพลังๆ 





    เข้าสู่ระบบ
    http:www.fotobeing.com

    เป็นลายมือธรรมดาๆบนกระดาษ

    แต่เป็นอักษรที่ถูกกลั่นจากมโนสำนึกและประสบการณ์ที่โชกโชน

    เป็นประโยชน์มากครับ ขอบคุณครับพี่ปูน





    เข้าสู่ระบบ

    อ่านจบแล้วสุดยอด





    เข้าสู่ระบบ
     



    Facebook Comments


    start 12 Sep 2009